Skip to content

My New Red Lippy

May 19, 2013

connie red

 

I always have a weakness for a red lipstick, but this one is especially sweet because it’s a gift from my clients for the workshop I gave them. I really love this red even though it’s not a go-with-everything kinda color.

It looks pinkish red to me, quite a vintage-looking color, something I would pick if I’m creating a 40′s look with Veronica Lake hair. It goes on very smooth on the lips albeit a matte texture but I just had my Papaw’s on all night so that might as well helped the gliding.

Doesn’t feel heavy or dry on my  lips though, but if you have dry/very dry lips that’s prone to peeling/cracking, you want to prep your lips with a good lip balm or heavy moisturizer.

However, for me I feel that this lippy is less drying than other MAC matte lipstick that I had worn before, like the one from Marilyn Monroe collection or Lady Danger.

It’s easy to remove and doesn’t stain your lips as some reds do.

Oh, the color is named Connie red and it’s a part of MAC’s Archie collection.

————————————————————————————————————————————–

เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่แฮปปี้มาก 555 เพราะมีลูกค้าส่งของขวัญมาให้ด้วยล่ะะะะะ ปลื้มใจจังที่ยังอุตส่าห์นึกถึงอ่ะฮร่ะ ปกติ ไม่ใช่คนชอบแต่งหน้าตัวเองเท่าไหร่ค่ะ ส่วนมากจะทาแค่ปากสีแดงหรือสีเข้มๆทั้งหลาย ไม่ชอบสีนู้ดอ่ะ มองไม่เห็น 5555 เลยยิ่งดีใจที่ได้สีแดงเฉดนี้มา เพราะยังไม่เคยมีสีแดงอมชมพูแบบนี้มาก่อน ดูวินเทจดี ชื่อสี connie red จาก Archie Collection

พอได้มาก็ลองทันที ไม่เห่อเท่าไหร่หรอก 5555 รู้สึกว่าเนื้อเนียนไปกับปาก สีแน่นชัด ล้างไม่ยาก ไม่สเตนปากด้วย แต่เมื่อคืนพอกลิปมัน (Lucas Papaw’s) ไว้ เลยไม่แน่ใจว่าที่ทาง่ายนี่เพราะปากมันชุ่มชื้นอยู่แล้วรึป่าวอ่ะนะ แต่มันไม่หนักปากเหมือนลิปเนื้อด้านทั่วไปนะคะ แล้วก็ไม่แห้งเท่าลิปแมคอื่นๆด้วย อย่างสีแดงในคอลเลคชั่นมาริลีน มอนโรหรือสี Lady Danger ที่ค่อนข้างแห้ง ทาแล้วแอบตึงปาก

แต่ถ้าใครปากแห้งง่ายอยู่แล้ว ควรเตรียมผิวปากก่อน จำเป็นมากๆ เพราะจะเป็นขุยแน่ๆ พอกลิปมันไปเลยค่ะ พอขุยเปื่อยๆแล้วเอาแปรงสีฟันขัด แล้วพอกลิปมันอีกที แล้วค่อยซับออก ก่อนจะทาปาก จะลงสีได้เนียนเรียยบไปกับปากเลย

ข้าว xx

Get ready for The Great Gatsby: Flapper makeup

May 13, 2013

สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่ได้มาทำ how-to แต่คือ แบบตื่นเต้นกับหนัง The Great Gatsby ของ Baz Luhrmann มากกกก 5555 เลยลองแต่งลุคแบบ flapper ดูบ้าง ใครที่ชอบเมคอัพน่าจะคุ้นตาสไตล์นี้กันอยู่แล้ว เพราะก็ถูกเอามาเป็นแรงบันดาลใจอยู่เรื่อยๆทั้ง editorial หรือ runway อย่างของ John Galliano SS 2011

20's

วันนี้เลยขออนุญาตโชว์ลุคที่ตัวเองแต่ง แล้วก็เล่าเรื่องเมคอัพในยุคนี้ให้ฟังกันด้วยนิดหน่อย อาจจะแต่งในชีวิตจริงไม่ได้ แต่แต่งเวลาไปงานสนุกๆก็ได้อยู่นะ

สมัยก่อน 1920 จะมีสไตล์ผู้หญิงที่นิยมกันเรียกว่า Gibson Girl เรียบร้อย อยู่ในขนบที่ดี อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน

800px-Gibson_Girls_seaside_-cropped-_by_Charles_Dana_Gibson

credit: wikipedia

แล้วทำไมผู้หญิงยุค 20′s ลุกมาแต่งหน้าจัดกันมาก อันดับแรก สภาพสังคมเปลี่ยนไป ผู้หญิงมีอิสรภาพมากขึ้น เริ่มออกไปทำงานนอกบ้าน (ก่อนหน้านี้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้หญิงเลยต้องออกมาทำงานแทนผู้ชายที่ไปเป็นทหารหมด) ได้สิทธิเลือกตั้ง จากที่เคยใส่ชุดยาว แขนยาว ปิดคอ รัดเอว หงิมๆ เป็นแม่บ้าน ก็เปลี่ยนมาใส่กระโปรงสั้นและหลวมขึ้น ตัดผม แต่งหน้า สูบบุหรี่ ปาร์ตี้เข้าสังคม ดูเป็นผู้หญิงแรงๆ ไม่แคร์โลก เพราะแต่ก่อนถูกตีกรอบจากธรรมเนียมที่เคร่งครัด ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้หญิงดีดีจะไม่แต่งหน้าค่ะ บรรยากาศยุคนั้นก็จะคล้ายในหนัง The Great Gatsby เลย เมคอัพที่แต่งจะไม่ใช่แบบ โนเมคอัพ แต่จัดเต็มจริงๆ

อีกอย่าง ก็เพราะว่ายุคนั้นเครื่องสำอางเพิ่งพัฒนาให้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิม มีทั้งรูจ (ที่ปัดแก้ม) ลิปสติก มาสคาร่า ยาทาเล็บ ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากยุคนั้นล่ะค่ะ โดยมีแบรนด์ Max Factor เป็นค้นบุกเบิกตลาดเครื่องสำอางเป็นเจ้าแรกๆ

แล้วก็ไม่ใช่แค่เมคอัพ วงการภาพยนตร์ก็เริ่มฮิต แต่ยังเป็นหนังเงียบอยู่ ส่วนหนึ่งเลยต้องอาศัยการแต่งหน้า เพื่อบ่งบอกบุคลิกของตัวละคร หน้าเลยต้องจัดเต็ม เข้มกว่าปกติที่เคยๆ แต่งกันมาในยุคก่อน ผู้หญิงก็เลยเริ่มแต่งตัว แต่งหน้าตามดาราหนังกัน อย่าง Clara Bow, Mary Pickford

women-smoking-car_1920s_2-575x510ผิว ยังนิยมผิวขาว ดูแมท (ตอนปลายยุค Coco Chanel ทำให้ผิวแทนเกิดฮิตขึ้นมา) ดาราบางคนก็จะใช้เมคอัพที่มีตะกั่วทาหน้าด้วยเพื่อให้ขาว

คิ้ว เขียนเส้นเล็กๆ ดำๆ ปลายตก ให้ดูหน้าเศร้าๆ

ตา เน้นสีเข้ม มีปัดขนตาด้วย แต่ก่อนจะเป็นแบบแป้งอัดแข็งเวลาจะปัดต้องแตะน้ำก่อน เค้าเน้นเข้มๆ กันเพราะยังเป็นฟิล์มถ่ายหนังขาว-ดำอยู่ แสงก็ไม่ดี เสียงก็ไม่มี เพราะฉะนั้น ถ้าแต่งหน้าอ่อน ก็จะไม่เห็นเครื่องหน้า แสดงอารมณ์ยาก

Maybelline mascara featuring actress Mildred Davis’ eyes, 1920s.

แก้ม จะไม่ได้ปัดเฉียงตามโหนกแก้ม แต่จะปัดกลมๆ ฟุ้งๆ ตรงหน้าแก้มหรือบนโหนกแก้ม

ปาก ก็จะใช้โทนแดงเท่านั้น เน้นแต่กลางปากแล้วเว้นมุมปากด้านนอกเอาไว้ (ให้ปากจู๋ไง) สมัยนั้น (1915) เริ่มมีลิปสติกแท่งเหมือนในสมัยนี้แล้ว ทำให้บริษัทเครื่องสำอางให้ความสำคัญกับแพ็กเกจจิ้งมากขึ้น เหมือนสมัยนี้เลย!

มีคนทำสเตนซิลไว้ทาปากด้วย จะได้ไม่ต้องวาดเอง

lipstick-stencil

เริ่มทาเล็บกันแล้วด้วยนะ โดยใช้สีทารถทาเพื่อให้สีสดและติดทน

ผู้หญิงสมัยก่อนก็เหมือนสมัยนี้ที่แต่งหน้าตามดารา ก็เลยแต่งหน้ากันสไตล์นี้ทั้งเมืองจนเป็นสัญลักษณ์ของยุคไปเลย

ขอมูลจาก : http://blogs.smithsonianmag.com/threaded/2013/02

http://invintaged.com/styling/2013/1/19/1920s-makeup

เราก็เลยดูรูปหาแรงบันดาลใจโน่นนี่ จนบู้ม! ได้ออกมาเป็นนนนนน……

DSCN1640resize

DSCN1535_resize

DSCN1523cropped

เวอร์ชั่นของฉันเอง! จะบอกว่าลงหน้าหนามากกกกกกกกก และจงใจให้ดูขาวซีดกว่าจริงโดยใช้ Skin Base จาก Illamasqua สีขาว ลงทั่วหน้าก่อนรองพื้นด้วย แล้วก็ใช้รองพื้นที่ขาวกว่าผิวจริง ลงทับปากไปเลยเพราะยังไงต้องเขียนใหม่อยู่แล้ว

ส่วนตา ไม่ได้มีอะไรมาก แค่เน้นตรงช่วงหัวตาที่ติดกับคิ้วให้เข้มขึ้น แล้วติดขนตาที่ทำให้ดูฟูๆ ดราม่า ลุคนี้เลือกเบอร์ที่มันไขว้กัน ปลายขนตาเรียวๆ (preciosa 0801) เน้นเบลนด์ให้ทุกสีกลืนกันให้ดูฟุ้งฝัน ฟรุ้งฟริ้ง แอบไฮไลท์หัวตานิดนึง ไม่ให้ดาร์กเกิน

คิ้วใช้อายชาโดว์สีดำวาดก่อนแล้วทำด้วยอายไลเนอร์เจลเพื่อความดำ จริงๆเราสามารถปิดคิ้วแล้วเขียนใหม่ได้ แต่อันนี้เราแค่จับให้เส้นขนกอดกันให้เชปคิ้วเรียวขึ้น แล้วค่อยเพิ่มหางยาวๆตกๆ

เพื่อให้รูปหน้าตอบๆ คอนทัวร์หนักมาก ให้หน้ายาวเรียว แล้วก็จมูกแคบๆ โดยใช้อายชาโดว์สีน้ำตาลผสมกับน้ำตาลอมม่วง เพื่อให้ได้เงาที่ชัดจริงๆแล้วก็ดูก่ำๆ

ปัดแก้ม  ฟุ้งๆ สูงๆ จากขอบตาล่างลงมาตรงโหนกแก้ม เน้นข้างๆแก้ม

วาดปาก ด้วยดินสอก่อนให้เป็นรูป ไม่ต้องวาดถึงมุมปากด้านนอก แล้วค่อยระบายลิปสติกให้เต็ม ใช้สี Hung Up จาก MAC

รู้สึกโพสต์นี้ยาวจริงๆ ด้านข้อมูลประวัติศาสตร์ผิดพลาดตรงไหน ยังไง ขออภัยจริงๆแล้วก็บอกกันได้เลยนะคะ คราวหน้าจะหาลุคอื่นๆมาแต่งให้ดูอีกนะ :) )))))

Pre-wedding: Turning back time <3

May 2, 2013

 

 

 

look2

อาทิตย์ที่แล้วไปแต่งหน้าพรีเวดดิ้งที่โกดังปาปาย่ามาค่ะ เจ้าสาวอยากได้ลุคที่เก่าๆ ย้อนยุค แต่ไม่เชย ดูคลาสสิค เลยคิด key look เป็นปากแดงก่ำๆ แบบยุค 40′s ส่วนตาเป็นโทนน้ำตาลกับเทา เพื่อให้โทนรวมของหน้ายังดูหวาน ขนตาไม่เน้นหนาแต่เน้นยาวค่ะ เพื่อให้ตาดูอ่อนโยนขึ้น จะได้บาลานซ์กับปากที่สีจัด เพราะเจ้าสาวแอบกังวลว่าปากแดงจะทำให้ดูดุ

วันที่ไปถ่ายร้อนม้ากกกกจริงๆ แต่ก็เป็นปกติของพรีเวดดิ้ง outdoor อยู่แล้วเนอะ ฮ่าๆๆ เพราะฉะนั้นเราต้องลงรองพื้นให้แน่นกว่าปกติ! (รองพื้นที่ใช้งาน outdoor คือ Estee Lauder’s Double Wear Stay-In-Place) คือพอลงด้วยแปรงเสร็จแล้วให้ใช้ฟองน้ำเนื้อแน่นกดย้ำอีกทีให้รองพื้นสนิทไปกับผิวจริงๆ

เวลาเหงื่อออก ใช้ทิชชู่ซับและถ้าไม่จำเป็นอย่าเติมแป้งบ่อยค่ะ เพราะถึงจะซับเหงื่อแล้วหน้าเรายังชื้นๆ อยู่ ถ้าลงไม่ดีเป็นคราบแน่ๆ สำหรับใครที่หน้าแห้ง รองพื้นตัวนี้อาจจะทำให้ผิวดูผากๆหน่อย เราสามารถเติมความฉ่ำโดยใช้บลัชปัดแก้มที่มีชิมเมอร์วาวๆได้ค่ะ เราจะได้ความติดทนของรองพื้นแต่ผิวก็ยังดูใสๆอยู่

I have done this 40′s- inspired look last week for the pre-wedding shoot, see more below!

First meet, the bride told me she wanted her lips to pop, so with the location’s vintage vibe and her dress, I decided to go for a deep red lip as the main focus, reminiscing the 40′s beauty siren in my head.

However, it’s important not to overpower the whole face with the lips as it will be much too strong for bridal make-up. To soften the look’s overall tone, soft grey and golden brown were blended nicely on the lid, then added a bit of flirty fun with long fake lashes.

Maintaining a finished face is even more difficult because the weather is certainly NOT makeup-friendly! When working outdoor, I reach for Estee Lauder’s Double Wear Stay-In-Place most of the time for its resistance to sweat and humidity. Personally, I do not touch up with powder (neither loose nor pressed) every time, just blot off sweat and oil with tissue paper and that’s it. Skin tends to be slightly moist after blotting so any powder applied right after can look cake-y and I wouldn’t want to risk that!

The tips is, to really get the foundation to stay put, after applying the foundation with a brush, I push it all in again with a makeup sponge so it really becomes one with the skin.

Note: Dry skin will NOT be looking its best with this foundation but you can always put the glow back by throwing on some shimmery blush or hi-light on the cheeks so you still get the staying-power and healthy-looking, not overly powdered skin!

943355_380018788778174_217545550_n


482594_378761508903902_131098672_n

 

397971_380018642111522_763186575_n

 

37033_378343835612336_1897870336_n

 

ขอบคุณเจ้าบ่าว เจ้าสาวที่ไว้ใจฝีมือนะค้าาาและภาพสวยเลอค่าจาก https://www.facebook.com/warunyus.photo

How-to: Kate Moss on Love Magazine-inspired look

April 14, 2013

ไม่ได้แต่งหน้าตัวเองแบบเต็มมานานมากกกก คือเกือบปีได้ ฮ่าๆๆ พอดีซื้อหนังสือ Love Magazine มาเป็นนิตยสารที่ออกแค่ปีละ 2 เล่ม ก็คือตามซีซั่นนั่นแหละ Fall/Winter กับ Spring Summer ซึ่งเล่มจะหนามาก แฟชั่นสวยมากด้วย อ่านสะใจ ทีนี้ ด้วยความที่ออกน้อย เวลาเค้าออกที มันจะมีหลายปก อย่างเล่มล่าสุดก็จะมี Kate Moss กับ Cara Delevingne ชอบใครก็ซื้อคนนั้น

CaraLoveMagazineSpring2013-409x540 (1)

katemossonlovemag

ปกของ Love เนี่ย ออกมาแต่ละเล่มก็จะกรี๊ดอ่ะ สวยเป็นบ้า แต่งแบบ Cara คงไม่ไหว ชอบแนว Kate มากกว่า แต่จะให้เหมือนเป๊ะก็คงไม่รอด เลยเอามาแค่กลิ่นนิดๆ ละกันนะ

อีกอย่างเราว่าเป็นลุคที่สนุก ง่ายๆดีเหมาะกับปาร์ตี้ซัมเมอร์ช่วงเย็นเลยไปถึงดึกๆก็ได้เลย

เครื่องสำอางทั้งหมดที่ใช้

makeupall withlogo

1. Lunasol Skin Modeling Water Cream Foundation ผสม OC 02 กับ 04

2. Mac Prep&Prime transparent finishing powder

3. Mac Studio finish concealer สี NC 30

4. Loreal Lucent Magique Light Touch-Up Pen สี Light

5. Lunasol Under Eye Concealer สีOR

6. Maybelling Lasting Drama Gel Eyeliner สีน้ำตาล

7. Maybelline Color Tattoo สี Pomegranate Punk

8. Mac eye shadow สี Cork

9. Too Faced The Return of Sexy Palette สี Naive, Innocent, Castin Couch

10. Nars single eyeshadow สี Bengali (ลืมถ่ายรูป)

11. Canmake Lasting Creamy Liner สี Brown

12. Max Factor False Lash Effect Mascara สี Black

13. Nars blush สี Dolce Vita

14. MUA blusher สีเบอร์ 6

15. Mac Mineralize Skin Finish Natural สี Deep Dark (ลืมถ่ายรูป)

16. Non.U Eyebrow Pencil สี BR 002

17. Kate Eye Brow Color สี LB-1

18. 3 concept eyes Lip Pigment สี Issue

19. Mac Gloss

20. Elizabeth Arden 8 Hour Cream (ไว้ทาปากไม่ให้แห้ง)

หน้าก่อนกับหลังแต่งนะฮะ

beforeaf

เหมือนเคท มอสสุดๆ 55555

มาดูว่าแต่งยังไง…

foundationconcealercolored

ด้านซ้าย ลงรองพื้น แล้วก็ปิดสิวเรียบร้อยแล้ว รองพื้นผสมทั้ง OC 02 กับ 04 แล้วก็ใช้นิ้วนวดลงไปบนผิวเลย ส่วนสิวก็ใช้ studio finish concealer สี NC 30

ด้านขวา ปิดใต้ตา ใช้โทนส้มเพราะว่ารอยมันเข้มมาก ถ้าใช้สีเหลืองมันปิดไม่มิดอ่ะค่ะ ใช้นิ้วเกลี่ยๆเหมือนกัน

 

 

foundationconcealerhilightcolored

ด้านซ้าย เกลี่ยทุกอย่างแล้ว จะเห็นว่าใต้ตายังคล้ำอยู่นิดหน่อย เพราะงั้นเดี๋ยวเราจะมาลงไฮไลท์กันต่อ

tips: บางทีถ้าเราไม่อยากคอนทัวร์เพราะอาจจะหน้าตอบอยู่แล้ว ไม่อยากหน้าเข้มขึ้นหรือกลัวเกลี่ยแล้วไม่ธรรมชาติในแสงกลางวัน เราลงแต่ไฮไลท์อย่างเดียวก็โอเค มันก็ทำให้เด้งได้

ด้านขวา ใช้ไฮไลท์แบบปากกาสีสว่างแต่ไม่มีวิ้ง ลงใต้ตา (เฉพาะร่องที่คล้ำ) หางตา (หางตาเรามันบุ๋มง่ะ) หน้าผาก สันจมูก หน้าแก้ม ร่องจมูก รอยหยักปาก มุมปาก คาง

 

 

blendpowdercolored

ด้านซ้าย เกลี่ยทุกอย่างให้กลืนกัน

ด้านขวา ปัดแป้งทับไม่ให้มัน

 

 

shadingdiagramcoloredลงเฉดดิ้งตามเส้นสีฟ้าๆที่ลงไว้เลยค่ะ ถ้าเป็นวันปกติจะไม่ลง แต่พอดีอันนี้ต้องถ่ายรูปเลยลงซะหน่อย เดี๋ยวหน้าแบน

 

 

productanditsoncolored

ต่อไปเริ่มแต่งตากันโดยทาครีมอายชาโดว์สีน้ำตาลๆม่วงๆ ให้ทั่วเปลือกตา ก็จะได้แบบรูปล่าง

1eyecolored

แล้วก็ทาชิดขอบตาล่างด้วย

eyelineranditsoncolored

เสร็จแล้วเขียนไอไลเนอร์เส้นเล็กๆ แค่ให้ตาคมชัดสีน้ำตาล หรือใครอยากใช้ดำก็ได้ แต่เราว่าดำมันจะดูโดดไปหน่อย เขียนตรงแนวขนตาล่างด้วยนะ แต่เบาๆก็พอค่ะ

 

 

2eyecoloredต่อไปผสมสีน้ำตาลอ่อน 2 โทน เป็นเนื้อแมทกับแบบมีประกาย เพื่อที่จะได้ไม่วิ้งไปแต่ก็ยังเล่นแสงนิดๆ ทาตรงหางตาและหัวตาที่วงไว้เลยค่ะ ให้ตามีมิติ แล้วใช้สีเดิมเกลี่ยทับสีที่ขอบตาล่างอีกที

secondbrownshadowcolored

 

 

 

3eyecolored

ต่อไป ผสมสีน้ำตาลเข้ม เมื้อด้านกับเนื้อชิมเมอร์อีกเหมือนเดิม แล้วลงสีเข้มตรงวงเล็กๆสีน้ำเงิน (วงเขียวคือสีน้ำตาลแรกที่เราลงไปแล้ว) เพื่อเพิ่มน้ำหนักสีอีกหน่อย ลงตรงหางตาล่างด้วย

thirdshadowcolored

 

 

 

4eyeandbrowsdiagram

ด้านซ้าย สีตาเสร็จแล้ว เราเก็บรายละเอียดที่เหลือ แตะไฮไลท์สีอ่อนที่หัวตา เกลี่ยอย่าให้ชัดมากเพราะลุคนี้ไม่อยากให้ดูแบ๊ว เขียนขอบตาบนด้านในด้วยดินสอดำ ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าทั้งบนและล่าง ก็เสร็จแล้ว

ด้านขวา ใช้ดินสอเขียนคิ้วที่เข้ากับผม เติมสีให้เต็มแล้วก็เติมหางตามที่เส้นสีเหลืองเลยค่ะ สำหรับใครที่คิ้วดำหนา ปัดมาสคาร่าทับเพื่อให้สีอ่อนลงด้วย ไม่งั้นหน้ามันจะแข็งอ่ะค่ะ

 

 

blushanddiagramcolored

ปัดแก้มกันต่อ โดยเริ่มปัดสูงไปทางขมับ แล้วค่อยเกลี่ยให้ฟุ้งลงมาตามรูป

 

 

lippigmentandglosswithcolor

สุดท้ายแล้วววว เตรียมปากโดยทาลิปบาล์มล่วงหน้าก่อนลงสี เราทาตั้งแต่เริ่มลงรองพื้นละ เพราะสีลิป พิกเม้นต์มันค่อนข้างแห้งอ่ะค่ะ ถ้าไม่ทาก่อนจะตกร่องแล้วเห็นขุยชัดมาก

บีบลิป พิกเม้นต์ออกมาไม่ต้องเยอะ ต้องใช้พู่กันทา ไม่งั้นเลอะเทอะแน่ๆ แล้วทับด้วยกลอสใสวาวๆค่ะ จริงๆแบบแมตก็ชอบแต่ซัมเมอร์มันน่าจะฉ่ำๆมากกว่าเนอะ :D

 

 

หรือใครไม่ชอบปากสีสดๆ จะทาสีนู้ด ก็ได้อีกลุคนะ

2lookscolored

triofinish

เสร็จแล้วค่ะ หน้าไม่เหมือนต้นฉบับแต่เมคอัพพอได้เนอะ ฮ่าๆๆ

ข้าว

Commencement Series

April 4, 2013

ไม่ได้ลงรูปรับปริญญานานมากแล้ว กล้องไอโฟนก็ถ่ายไม่สวยอีก เซ็งจริงๆ จะให้หอบกล้องใหญ่ไปก็ยังไงอยู่ ลำพังเมคอัพกับทำผมก็จะทับตัวเองแล้ว 555 รูปเลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ งานที่ลงเป็นช่วงต้นปีที่ผ่านมาค่า

แต่งหน้าทำผมรับปริญญาน้องกะทิ รูปซ้ายวันซ้อม ส่วนรูปขวาวันจริงค่ะ

ngathi

แต่งหน้าทำผมพี่นกยูงวันจริงค่ะ

p'nokyung

แต่งหน้าทำผม คุณวรรณ รามคำแหงวันจริงค่ะ
วรรณ

แต่งหน้าทำผมคุณตาล วันจริงค่ะ

Photo 6-3-2013, 18 15 12

Photo 2-4-2013, 0 20 34

แต่งหน้าพี่ๆจาก ม.รามคำแหง วันซ้อมค่ะ
RU

ดูงานเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/ThePrettyPotionByKwankhao นะคะ ^^ จะลงเร็วกว่าในบล็อกค่ะ

Shimmery natural makeup

March 17, 2013

ไปแต่งหน้าถ่ายแบบสำหรับร้านเสื้อผ้าออนไลน์มาค่ะ เอาไว้ทำลุคบุ้คเหมือนกัน ลุคแนวธรรมชาติ เจ้าของร้านขอสีน้ำตาลทองจะได้เข้ากับชุดไม่ยาก อ่ะ…ให้ดูใกล้ๆนะฮร่ะ

jessica with logo

 

Photo 6-2-2013, 18 00 48

 

จากช่างภาพออกมาได้อย่างงี้!

485211_527405693970410_1127983150_n

 

 

Photographer: LightCulture

Make-up and Hair: me!

Bridal Makeup with K.Mon// แต่งหน้าเจ้าสาวให้คุณมล

March 14, 2013

เคยแต่งหน้าให้คุณมล เมื่อตอนพรีเวดดิ้ง คราวนี้มีโอกาสแต่งหน้าในวันเลี้ยงฉลองแต่งงานคุณมลกับคุณหนุ่มอีกครั้งค่ะ ปลื้มๆๆ

Photo 16-2-2013, 17 07 32

ขอบคุณคุณมลอีกครั้งนะคะ ^^

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,278 other followers